
ตอนนี้ครอบครัวของเราย้ายมาอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกแล้ว เนื่องจากจังหวัดพิษณุโลกเป็นจังหวัดใหญ่ มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และสิ่งของตื่นตาตื่นใจมากกว่าสุโขทัย ทำให้ตอนย้ายมาใหม่ๆ น้องฟ้านอนดึก ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มทุกคืน บริเวณที่พักอาศัยอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยนเรศวร มีนักศึกษาผ่านไปผ่านมาตลอด มองไปทางไหนก็มีแต่พี่ๆ น้องฟ้าเรียกพี่ๆ ตลอดเวลา น้องฟ้าเริ่มคุยเก่งขึ้นทุกวัน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตอนแรกๆ ก็จะพูกภาษาอังกฤษมากกว่า แต่พอเริ่มเข้าโรงเรียน (ที่ป๊ะป๊าหม่าหม้าคิดว่าดีที่สุดเพราะมีสอนภาษาอังกฤษ) น้องฟ้าก็เริ่มพูดภาษาไทยได้มากขึ้น จนบางครั้งไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษ (เลยชักไม่ค่อยแน่ใจว่าโรงเรียนดีหรือไม่) แต่จ่ายเงินไปแล้วตั้ง ๑ เทอม ยังไงน้องฟ้าต้องไปเรียนจนจบเทอม แต่ไปเรียนไม่เท่าไร น้องฟ้าก็ป่วยเป็นหวัด น้ำมูกไหลมาตลอด ไปโรงเรียน ๒ วันหยุด ๑ อาทิตย์ ไปอีก ๑ วัน หยุดอีก ๑ อาทิตย์ ครั้งที่สามไปเรียนได้ ๕ วัน (ดีใจลูกไม่ป่วยแล้ว) ปรากฏวันเสาร์มีอาการน้ำมูกไหลอีกแล้ว ต้องหยุดไปอีก ๒ วัน วันที่ ๓ พาไป คราวนี้กลับบ้านมาโทรมเลย หยุดเรียนเป็นอาทิตย์แล้ว นี่เเหละโรคของเด็กที่ต้องไปโรงเรียน นอกจากพูดเก่งแล้ว ยังร้องเพลงได้หลายเพลง เพลงเเรกที่ร้องได้จนจบเพลงคือ ฝนตกแดดออก ตามมาด้วย ABC โรงเรียนของเรา ยาหย่าย่า Headtotoes และเต่าเต่า ตอนนี้กำลังหัดร้องเพลงเชียร์ธรรมศาสตร์กับจุฬา (เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอม พี่ๆ ข้างบ้านหัดร้องเพลงเชียร์ แต่หม่าม้าร้องเพลงเชียร์ มน ไม่เป็น เลยสอนร้องเพลงเชียร์ที่ตัวเองเคยร้องสมัยเรียนแทน)และเพลงของBarney
น้องฟ้าเริ่มร้องเพลงได้จบเพลงตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ๘ เดือน แล้วตอนนี้น้องฟ้ากำลังจะมีน้อง ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะมีน้องให้น้องฟ้า อีกคน แต่ไหงประจำเดือนเดือนพฤษภา จึงไม่มาเเฮะ ป๊ะป๊าเริ่มเเซวว่าสงสัยมีน้องแหง หม่าหม้ายังบอกเป็นไปได้ไง (ก็เราเเค่จ้องตากันทุกคืน555) แล้วอยู่ดีๆ วันนึง ไปร้านเเว่น เผอิญพนักงานในร้านคนหนึ่งกำลังท้อง จึงบอกน้องฟ้าว่าน้องอยู่ในท้องพี่ น้องฟ้าก็เลยชี้มาที่ท้องหม่าหม้าว่า น้องอยู่ในท้องหม่าหม้า คราวนี้ชักเอะใจ วันรุ่งขึ้นเลยเทสต์ดูปรากฏว่า ท้องจริงๆ แต่ท้องนี้ไม่ได้บำรุงเลย ลูกในท้องคงเเข็งเเรงน่าดู ฮิฮิ ทั้งป๊ะป๊าหม่าม้าก็เริ่มถามหาหมอสูติเก่งๆ สุดท้ายเราเลือกหมอที่โรงพยาบาลม.เนศวร เพราะใกล้บ้านเวลาคลอดจะได้สะดวก ครั้งแรกไปหาหมอ หมออัลตร้าซาวน์ช่องท้อง บอกว่า เด็กยังเล็กมาก นัดใหม่อีก ๒ สัปดาห์ ยังไม่รับฝากครรภ์ ก่อนถึงวันนัด ปวดท้องถ่ายหนัก พอตกเย็นก็รู้สึกเจ็บก้น นั่งไม่ได้เข้าไปในห้องน้ำ รู้สึกรูทวารหนักบวม ก็คิดว่าริดสีดวงทวารออกมาแน่ๆ ทำให้นั่งไม่ได้ (เริ่มเป็นตั้งแต่หลังคลอดน้องฟ้า) ก็พยายามดันกลับเข้าไป แต่ดันไม่เข้า พยายามเเล้วพยายามอีกก็ไม่เข้า ยิ่งดันยิ่งเจ็บยิ่งอักเสบ มีเลือดไหล เจ็บก้นนั่งไม่ได้ยืนไม่ได้นอนไม่ได้เจ็บระบมไปหมด ไปหาหมอ หมอบอกหูรูดอักเสบ ให้ยาเเก้ปวด แก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อมากิน จนอาการเริ่มดีขึ้น เมื่อถึงวันนัดตรวจครรภ์ หมออัลตร้าซาวน์ทางช่องคลอด หมอบอกว่าอายุครรภ์เพิ่ง ๖ สัปดาห์ หัวใจเต้นปกติดี แต่มีจุดดำใกล้กับรก อาจแท้งได้ ให้ระมัดระวัง ถ้ามีเลือดออกให้รีบมาพบหมอก่อนวันนัด ยังไม่รับฝากครรภ์ นัดใหม่อีก ๒ สัปดาห์ พอครบกำหนดจำได้ว่าเป็นวันจันทร์ น้องฟ้า ไปโรงเรียนตามปกติ แต่พอกลับจากโรงเรียน ตัวเริ่มอุ่น ตกเย็นตัวร้อน ให้ยาลดไข้ นึกว่าดีขึ้น เลยพาออกไปข้างนอกเนื่องจากตัวเองต้องไปพบหมอ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่ให้น้องฟ้าเข้าโรงพยาบาลแต่ให้ป๊ะป๊าพาไปเดินเล่นข้างนอก ส่วนตัวเองขึ้นไปพบหมอคนเดียว ครั้งแรกคุณหมอ อัลตร้าซาวน์ช่องท้องแล้วบอกว่าเห็นการเจริญเติบโตเด็กไม่ชัด ขออัลตร้าซาวน์ช่องคลอดอีกครั้ง แล้วคุณหมอบอกว่าเด็กโตขึ้นเล็กน้อยอายุครรภ์ ๗ สัปดาห์ แต่คุณหมอเห็นการเต้นหัวใจไม่ชัด และยังมีจุดดำๆ อยู่ใกล้รก อาจแท้งได้ เด็กอาจจะไม่สมบูรณ์ด้วยตัวของเด็กเอง เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าเขาไม่สมบูรณ์เขาจะหยุดการเจริญเติบโตและจะหลุดออกมาเองคือตกเลือด หากตกเลือดไม่หมดก็ต้องขูดมดลูก แต่ตอนนี้ให้บำรุงครรภ์ไปตามปกติ นัดอีก ๒ สัปดาห์ เป็นไงละ เครียดเลยสิ เดินลงไปรับยาเเบบงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักได้ยินเสียงป๊ะป๊าเรียก หม่าม้า หม่าม้า หันกลับไปทำไมป๊ะป๊าเดินมาคนเดียว น้องฟ้าอยู่ไหน น้องฟ้าหลงทางหรือ แล้วป๊ะป๊าก็บอกว่าน้องฟ้าชักอยู่ห้องไอซียู เท่านั้นเเหละโลกทั้งใบมันหมุนไปหมดเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย รีบเดินไปที่ห้องฉุกเฉิน เห็นน้องฟ้านอนเปลือยหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ทั้งหมอทั้งพยาบาลมะรุ้มะตุ้มกับน้องฟ้าอยู่ ใจหาย ลูกไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้น สักพักได้ยินเสียงน้องฟ้าร้อง พยาบาลบอกว่า"ดีเเล้วลูกร้องเสียงดังๆ เลย" หม่าม้าชักใจชื้นขึ้น ทั้งพยาบาลฝึกหัด หมอฝึกหัดก็เข้ามาซักอาการน้องฟ้าก่อนชักเราก็บอกว่าไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ด้วย แต่ก็เล่าอาการก่อนหน้านี้ให้เขาฟัง บางส่วนก็เช็ดตัวน้องฟ้าให้ไข้ลง รุมกันเช็ดเลยก็ว่าได้ บางส่วนก็ฉีดยา ให้น้ำเกลือ ตอนนั้นหัวอกคนเป็นแม่ห่อเหี่ยวสิ้นดี แล้วคุณหมอก็เอาไม้กดลิ้นน้องฟ้าเพื่อตรวจดูคอ ปรากฏว่าน้องฟ้าอาเจียนเอานม อาหารที่กินออกไปจนหมดแล้วก็ตื่น พยาบาลก็ยังเช็ดตัวกันอยู่ ได้ยินบุรุษพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้นว่ายัง ๓๙ อยู่เลย คราวนี้หม่าม้าก็เข้าไปช่วยพยาบาลเปลี่ยนเสื้อผ้า ถือสายออกซิเจน แล้วกอดน้องฟ้าไว้ จนน้องฟ้าหลับ โชคดีได้ห้องพิเศษเตียงคู่ หมอฝึกหัดทั้งหลายก็มะรุ้มมะตุ้มซักถามจนเหนื่อยตอบ ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าน้องฟ้าเป็นไข้สูงเพราะอะไร สุดท้ายวันรุ่งขึ้นตอนเย็นน้องฟ้าบ่นเจ็บปากจึงรู้ว่ามีแผลในปากติดเชื้อไวรัส ทำให้มีไข้สูง อยู่ที่โรงพยาบาล ๓ วัน หมอบอกเชื้อนี้ติดจากสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย น้องฟ้าน่าจะไปสัมผัสโดนทำให้ติดเชื้อดังกล่าวและเชื้อนี้มีอยู่ทั่วไปในอากาศ พอน้องฟ้าดีขึ้น คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าตัวเล็กในท้อง ทั้งป๊ะป๊าหม่าม้าก็เกิดอาการเครียดว่าหนูจะอยู่หรือไป สำหรับหม่าม้า หม่าม้ารู้ว่าหนูไม่อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ก่อนวันไปตรวจครรภ์สัปดาห์ที่ ๘ เคยบอกป๊ะป๊าด้วยซ้ำไปว่ารู้สึกเหมือนไม่ได้ท้องแล้ว แต่ป๊ะป๊าเขายังไม่เชื่อเพราะเลือดไม่ออก สุดท้ายวันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ก็ตัดสินใจไปหาหมอสูติที่สุโขทัยที่ทำคลอดน้องฟ้า ให้ช่วยตรวจอีกครั้ง ไปถึงก็เล่าอาการให้หมอฟัง คุณหมอตรวจครรภ์ทางช่องคลอดแล้วเเจ้งว่าแท้งแล้วนะ ช็อก และแนะนำให้ขูดมดลูก สุดท้ายตัดสินใจว่าขูดวันเสาร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม เลย เมื่อถึงวันเสาร์ก็จัดเตรียมเสื้อผ้าไปนอนโรงพยาบาลสุโขทัย ได้รับการดูแลอย่างดีมาก คุณพยาบาลเหน็บยาทางช่องคลอดเพื่อให้มดลูกนุ่มตั้งแต่ ๑๐ โมงกว่า เข้าห้องผ่าตัดตอนบ่าย ๒ ตอนขูดมดลูกไม่รู้สึกเจ็บเลยเพราะหมอฉีดยานอนหลับ ตื่นขึ้นมาก็เบลอๆ ความรู้สึกครั้งแรกกำลังร้องเพลง the grand old duke of york กับน้องฟ้า แล้วก็ถามตัวเองว่ามาทำอะไรอยู่ที่ไหน ได้คำตอบมากมาย ก็บอกว่าไม่ใช่ สุดท้ายได้คำตอบว่ามาขูดมดลูก แล้วก็ได้ยินเสียงคนพูดหลายคน ได้ยินเสียงอาติ๊ก ถึงได้รู้ว่าเราตื่นเเล้ว สักพักได้ยินเสียงป๊ะป๊า เเล้วตัวเองก็พูดขึ้นว่าปวดท้อง ตอนหลังใครๆก็ถามว่ารู้ตัวไหมว่าละเมอพูดว่าปวดท้อง ก็บอกว่ารู้ ไม่ได้ละเมอตั้งใจพูด ปวดท้องมาก ตั้งสติกำหนดจิตให้หายปวดท้อง จนกระทั่งอาการปวดท้องหายอย่างปลิดทิ้ง มหัศจรรย์จริงๆ เมื่อฟื้นขึ้นมา ลุกขึ้นนั่งครั้งแรกเลือดไหลเป็นน้ำเลย แต่หลังจากนั้นเลือกออกกระปริบกระปรอย วันอาทิตย์ออกจากโรงพยาบาล ไปทำบุญสังฆทานให้ลูก กลับบ้านพักฟื้น ๒ วันไปทำงาน เลือดยังคงไหลเเต่ไม่มากเกือบอาทิตย์เลือดหยุดไหล ก็รู้สึกดีใจว่าผ่านเหตุการณ์มาได้แล้ว สุดท้ายเกิดอาการเเพ้ยาเป็นผื่นขึ้นทั้งตัวต้องหยุดงานอีก ๑ วันตอนนี้กำลังรักษาตัวให้หายจากโรคภัยต่างๆ และขอให้สุขภาพเเข็งเเรง ส่วนลูกน้อยไปดีนะลูก อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันอีกเลย./21/7/53
น้องฟ้าเริ่มร้องเพลงได้จบเพลงตั้งแต่อายุ ๑ ขวบ ๘ เดือน แล้วตอนนี้น้องฟ้ากำลังจะมีน้อง ก็ไม่ได้เอะใจว่าจะมีน้องให้น้องฟ้า อีกคน แต่ไหงประจำเดือนเดือนพฤษภา จึงไม่มาเเฮะ ป๊ะป๊าเริ่มเเซวว่าสงสัยมีน้องแหง หม่าหม้ายังบอกเป็นไปได้ไง (ก็เราเเค่จ้องตากันทุกคืน555) แล้วอยู่ดีๆ วันนึง ไปร้านเเว่น เผอิญพนักงานในร้านคนหนึ่งกำลังท้อง จึงบอกน้องฟ้าว่าน้องอยู่ในท้องพี่ น้องฟ้าก็เลยชี้มาที่ท้องหม่าหม้าว่า น้องอยู่ในท้องหม่าหม้า คราวนี้ชักเอะใจ วันรุ่งขึ้นเลยเทสต์ดูปรากฏว่า ท้องจริงๆ แต่ท้องนี้ไม่ได้บำรุงเลย ลูกในท้องคงเเข็งเเรงน่าดู ฮิฮิ ทั้งป๊ะป๊าหม่าม้าก็เริ่มถามหาหมอสูติเก่งๆ สุดท้ายเราเลือกหมอที่โรงพยาบาลม.เนศวร เพราะใกล้บ้านเวลาคลอดจะได้สะดวก ครั้งแรกไปหาหมอ หมออัลตร้าซาวน์ช่องท้อง บอกว่า เด็กยังเล็กมาก นัดใหม่อีก ๒ สัปดาห์ ยังไม่รับฝากครรภ์ ก่อนถึงวันนัด ปวดท้องถ่ายหนัก พอตกเย็นก็รู้สึกเจ็บก้น นั่งไม่ได้เข้าไปในห้องน้ำ รู้สึกรูทวารหนักบวม ก็คิดว่าริดสีดวงทวารออกมาแน่ๆ ทำให้นั่งไม่ได้ (เริ่มเป็นตั้งแต่หลังคลอดน้องฟ้า) ก็พยายามดันกลับเข้าไป แต่ดันไม่เข้า พยายามเเล้วพยายามอีกก็ไม่เข้า ยิ่งดันยิ่งเจ็บยิ่งอักเสบ มีเลือดไหล เจ็บก้นนั่งไม่ได้ยืนไม่ได้นอนไม่ได้เจ็บระบมไปหมด ไปหาหมอ หมอบอกหูรูดอักเสบ ให้ยาเเก้ปวด แก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อมากิน จนอาการเริ่มดีขึ้น เมื่อถึงวันนัดตรวจครรภ์ หมออัลตร้าซาวน์ทางช่องคลอด หมอบอกว่าอายุครรภ์เพิ่ง ๖ สัปดาห์ หัวใจเต้นปกติดี แต่มีจุดดำใกล้กับรก อาจแท้งได้ ให้ระมัดระวัง ถ้ามีเลือดออกให้รีบมาพบหมอก่อนวันนัด ยังไม่รับฝากครรภ์ นัดใหม่อีก ๒ สัปดาห์ พอครบกำหนดจำได้ว่าเป็นวันจันทร์ น้องฟ้า ไปโรงเรียนตามปกติ แต่พอกลับจากโรงเรียน ตัวเริ่มอุ่น ตกเย็นตัวร้อน ให้ยาลดไข้ นึกว่าดีขึ้น เลยพาออกไปข้างนอกเนื่องจากตัวเองต้องไปพบหมอ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่ให้น้องฟ้าเข้าโรงพยาบาลแต่ให้ป๊ะป๊าพาไปเดินเล่นข้างนอก ส่วนตัวเองขึ้นไปพบหมอคนเดียว ครั้งแรกคุณหมอ อัลตร้าซาวน์ช่องท้องแล้วบอกว่าเห็นการเจริญเติบโตเด็กไม่ชัด ขออัลตร้าซาวน์ช่องคลอดอีกครั้ง แล้วคุณหมอบอกว่าเด็กโตขึ้นเล็กน้อยอายุครรภ์ ๗ สัปดาห์ แต่คุณหมอเห็นการเต้นหัวใจไม่ชัด และยังมีจุดดำๆ อยู่ใกล้รก อาจแท้งได้ เด็กอาจจะไม่สมบูรณ์ด้วยตัวของเด็กเอง เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าเขาไม่สมบูรณ์เขาจะหยุดการเจริญเติบโตและจะหลุดออกมาเองคือตกเลือด หากตกเลือดไม่หมดก็ต้องขูดมดลูก แต่ตอนนี้ให้บำรุงครรภ์ไปตามปกติ นัดอีก ๒ สัปดาห์ เป็นไงละ เครียดเลยสิ เดินลงไปรับยาเเบบงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักได้ยินเสียงป๊ะป๊าเรียก หม่าม้า หม่าม้า หันกลับไปทำไมป๊ะป๊าเดินมาคนเดียว น้องฟ้าอยู่ไหน น้องฟ้าหลงทางหรือ แล้วป๊ะป๊าก็บอกว่าน้องฟ้าชักอยู่ห้องไอซียู เท่านั้นเเหละโลกทั้งใบมันหมุนไปหมดเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย รีบเดินไปที่ห้องฉุกเฉิน เห็นน้องฟ้านอนเปลือยหลับอยู่บนเตียงคนไข้ ทั้งหมอทั้งพยาบาลมะรุ้มะตุ้มกับน้องฟ้าอยู่ ใจหาย ลูกไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้น สักพักได้ยินเสียงน้องฟ้าร้อง พยาบาลบอกว่า"ดีเเล้วลูกร้องเสียงดังๆ เลย" หม่าม้าชักใจชื้นขึ้น ทั้งพยาบาลฝึกหัด หมอฝึกหัดก็เข้ามาซักอาการน้องฟ้าก่อนชักเราก็บอกว่าไม่รู้เพราะไม่ได้อยู่ด้วย แต่ก็เล่าอาการก่อนหน้านี้ให้เขาฟัง บางส่วนก็เช็ดตัวน้องฟ้าให้ไข้ลง รุมกันเช็ดเลยก็ว่าได้ บางส่วนก็ฉีดยา ให้น้ำเกลือ ตอนนั้นหัวอกคนเป็นแม่ห่อเหี่ยวสิ้นดี แล้วคุณหมอก็เอาไม้กดลิ้นน้องฟ้าเพื่อตรวจดูคอ ปรากฏว่าน้องฟ้าอาเจียนเอานม อาหารที่กินออกไปจนหมดแล้วก็ตื่น พยาบาลก็ยังเช็ดตัวกันอยู่ ได้ยินบุรุษพยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้นว่ายัง ๓๙ อยู่เลย คราวนี้หม่าม้าก็เข้าไปช่วยพยาบาลเปลี่ยนเสื้อผ้า ถือสายออกซิเจน แล้วกอดน้องฟ้าไว้ จนน้องฟ้าหลับ โชคดีได้ห้องพิเศษเตียงคู่ หมอฝึกหัดทั้งหลายก็มะรุ้มมะตุ้มซักถามจนเหนื่อยตอบ ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่าน้องฟ้าเป็นไข้สูงเพราะอะไร สุดท้ายวันรุ่งขึ้นตอนเย็นน้องฟ้าบ่นเจ็บปากจึงรู้ว่ามีแผลในปากติดเชื้อไวรัส ทำให้มีไข้สูง อยู่ที่โรงพยาบาล ๓ วัน หมอบอกเชื้อนี้ติดจากสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย น้องฟ้าน่าจะไปสัมผัสโดนทำให้ติดเชื้อดังกล่าวและเชื้อนี้มีอยู่ทั่วไปในอากาศ พอน้องฟ้าดีขึ้น คราวนี้ก็ถึงคิวเจ้าตัวเล็กในท้อง ทั้งป๊ะป๊าหม่าม้าก็เกิดอาการเครียดว่าหนูจะอยู่หรือไป สำหรับหม่าม้า หม่าม้ารู้ว่าหนูไม่อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่ก่อนวันไปตรวจครรภ์สัปดาห์ที่ ๘ เคยบอกป๊ะป๊าด้วยซ้ำไปว่ารู้สึกเหมือนไม่ได้ท้องแล้ว แต่ป๊ะป๊าเขายังไม่เชื่อเพราะเลือดไม่ออก สุดท้ายวันศุกร์ที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ก็ตัดสินใจไปหาหมอสูติที่สุโขทัยที่ทำคลอดน้องฟ้า ให้ช่วยตรวจอีกครั้ง ไปถึงก็เล่าอาการให้หมอฟัง คุณหมอตรวจครรภ์ทางช่องคลอดแล้วเเจ้งว่าแท้งแล้วนะ ช็อก และแนะนำให้ขูดมดลูก สุดท้ายตัดสินใจว่าขูดวันเสาร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม เลย เมื่อถึงวันเสาร์ก็จัดเตรียมเสื้อผ้าไปนอนโรงพยาบาลสุโขทัย ได้รับการดูแลอย่างดีมาก คุณพยาบาลเหน็บยาทางช่องคลอดเพื่อให้มดลูกนุ่มตั้งแต่ ๑๐ โมงกว่า เข้าห้องผ่าตัดตอนบ่าย ๒ ตอนขูดมดลูกไม่รู้สึกเจ็บเลยเพราะหมอฉีดยานอนหลับ ตื่นขึ้นมาก็เบลอๆ ความรู้สึกครั้งแรกกำลังร้องเพลง the grand old duke of york กับน้องฟ้า แล้วก็ถามตัวเองว่ามาทำอะไรอยู่ที่ไหน ได้คำตอบมากมาย ก็บอกว่าไม่ใช่ สุดท้ายได้คำตอบว่ามาขูดมดลูก แล้วก็ได้ยินเสียงคนพูดหลายคน ได้ยินเสียงอาติ๊ก ถึงได้รู้ว่าเราตื่นเเล้ว สักพักได้ยินเสียงป๊ะป๊า เเล้วตัวเองก็พูดขึ้นว่าปวดท้อง ตอนหลังใครๆก็ถามว่ารู้ตัวไหมว่าละเมอพูดว่าปวดท้อง ก็บอกว่ารู้ ไม่ได้ละเมอตั้งใจพูด ปวดท้องมาก ตั้งสติกำหนดจิตให้หายปวดท้อง จนกระทั่งอาการปวดท้องหายอย่างปลิดทิ้ง มหัศจรรย์จริงๆ เมื่อฟื้นขึ้นมา ลุกขึ้นนั่งครั้งแรกเลือดไหลเป็นน้ำเลย แต่หลังจากนั้นเลือกออกกระปริบกระปรอย วันอาทิตย์ออกจากโรงพยาบาล ไปทำบุญสังฆทานให้ลูก กลับบ้านพักฟื้น ๒ วันไปทำงาน เลือดยังคงไหลเเต่ไม่มากเกือบอาทิตย์เลือดหยุดไหล ก็รู้สึกดีใจว่าผ่านเหตุการณ์มาได้แล้ว สุดท้ายเกิดอาการเเพ้ยาเป็นผื่นขึ้นทั้งตัวต้องหยุดงานอีก ๑ วันตอนนี้กำลังรักษาตัวให้หายจากโรคภัยต่างๆ และขอให้สุขภาพเเข็งเเรง ส่วนลูกน้อยไปดีนะลูก อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันอีกเลย./21/7/53